ชาร์ตแบตถูกวิธีไม่ต้องมีแบตสำรอง

แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีแบตสำรองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนได้เลือกใช้กันเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้มากยิ่งขึ้น แต่ที่จริงแล้วนั้นมันไม่จำเป็นต้องไปเสียสตางค์เพื่อซื้อหาแบตสำรองมาใช้เลยเพียงแค่เราชาร์ตแบตเตอร์รี่ในโทรศัพท์มือถือของเราให้ถูกวิธีเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ โดยที่โทรศัพท์มือถือแต่ละชนิดมีวิธีการชาร์ตแบตเตอร์รี่ที่ไม่เหมือนกันนั่นก็คือบางชนิดควรปล่อยให้หมดหรือบางชนิดนั้นมันไม่ควรรอให้จนแบตเตอร์รี่หมดเกลี้ยงแล้วค่อยชาร์ต

1

แบตเตอร์รี่โทรศัพท์มือถือนั้นมันแบ่งออกมาได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ NiCd (Nickel Cadmium) ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากที่สุดเพราะชาร์ตได้มากกว่า 700 ครั้งหรือตกที่ราวๆ 2-3 ปีแถมยังใช้งานได้เป็นอย่างดีในที่มีอุณหภูมิต่ำๆ แต่ข้อเสียของมันอยู่ตรงที่เราควรใช้ให้มันเกือบหมดก้อนก่อนที่จะชาร์ตเข้าไปใหม่ในแต่ละครั้ง ถัดมาก็เป็น NiMH (Nickel Metal Hydride) เป็นอีกแบบที่ยอดฮิตไม่แพ้กันจากความสามารถของมันที่เก็บไฟได้นานกว่าแบบ NiCad 30% และข้อดีของมันยังมีอยู่ที่ไม่จำเป็นต้องรอให้หมดก้อนก่อนจะชาร์ตแถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะทำจากโลหะที่ไม่ค่อยเป็นพิษมาก แต่ก็มีข้อเสียที่อายุการใช้งานสั้นโดยชาร์ตได้แค่ 400 ครั้งหรือประมาณ 1-2 ปีและมีความจะกระแสไฟราว 1,500 mAh ตามติดมาด้วย Li-ion (Lithium Ion) ที่ให้กระแสไฟได้นานกว่า NiMH ถึงเท่าตัว แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักจากราคาที่สูงเมื่อเทียบกับ 2 แบบแรก ตบท้ายด้วย Alkaline ที่เป็นถ่านที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเพราะใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ มากมายแต่ไม่ค่อยนิยมจะนำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือสักเท่าไหร่เนื่องจากประจุไฟฟ้าในตัวถ่านนั้นมันเหือดแห้งไปได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว